วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

DC Voltmeter






บทนำ 
              ไฟฟ้าที่นำมาใช้งานมีด้วยกันหลายชนิดหลายรูปแบบ การตรวจวัดปริมาณไฟฟ้าต่างๆไม่สามารถทำได้ด้วยประสาทสัมผัสต่างๆของมนุษย์จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือวัดไฟฟ้าในการตรวจวัด  เครื่องมือวัดไฟฟ้าที่สร้างมาใช้งานมี 2 ลกัษณะด้วยกัน คือ วัดในลักษณะการบ่ายเบนของเข็มชี้ เรียกว่า เครื่องมือวัดอะนาลอก และในลักษณะการแสดงค่าการวัดเป็นตัวเลข เรียกว่า เครื่องมือวัดดิจิตอล                                










สันวาล์มิเตอร์ (D’Arsonval Meter) คือ การที่มิเตอร์จะสามารถทำงานได้  โดยที่แรงดันและกระแสที่ป้อนให้ขดลวดเคลื่อนที่  จะต้องเป็นไฟกระแสตรง (DC) เท่านั้น และต้องจ่ายขั้วแรงดันให้มิเตอร์ ถูกต้องตามขั้วที่กำหนดไว้  โครงสร้างและส่วนประกอบของดาร์สันวาล์มิเตอร์ แสดงดังรูป 
 คาร์สันวาล์มิเตอร์นอกจากสามารถดัดแปลงเป็น DC Ammeter ได้แล้วยังสามารถดัดแปลงให้เป็น DC Voltmeterได้เช่นเดียวกัน โดยอาศัยคุณสมบัติการจ่ายกระแสไฟตรงให้ไหลผ่านขดลวดเคลื่อนที่ของดาร์สันวาล์มิเตอร์ ซึ่งปริมาณของแรงดันไฟตรงที่ป้อนให้ดาร์สันวาล์มิเตอร์มีผลต่อกระแสไฟตรง(DC)ที่เกิดขึ้นมา  แรงดันไฟตรง(VDC)ป้อนเข้ามาน้อย กระแสไฟตรง(DC)ก็จะเกิดขึ้นน้อย  แรงดันไฟตรง(VDC)ป้อนเข้ามามาก กระแสไฟตรง(DC)ก็จะเกิดขึ้นมาก นั้นคือแรงดันจะมีผลโดยตรงต่อกระแส ดังนั้นสามารถทำดาร์สันวาล์มิเตอร์หรือAmmeter มาดัดแปลงวงจรเป็นVoltmeterได้ และปรับเปลี่ยนสเกลหน้าปัดให้เป็นสเกลโวลต์พร้อมใส่ตัวเลขและหน่วยให้ถูกต้อง ก็จะได้Voltmeter ตามต้องการ

โครงสร้างโวลต์มิเตอร์

           โวลต์มิเตอร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้วัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า (แรงดันไฟฟ้าหรือแรงดันตกคร่อม) ระหว่าง จุดสองจุด ในวงจร ความจริงแล้วโวลต์มิเตอร์ก็คือแอมมิเตอร์นั่นเอง เพราะขณะวัดแรงดันไฟฟ้าในวงจร หรือแหล่ง จ่ายแรงดันจะต้องมี กระแสไฟฟ้าไหลผ่านมิเตอร์จึงทำให้เข็มมิเตอร์บ่ายเบนไป และการที่กระแสไฟฟ้าจะไหล ผ่าน เข้าโวลต์มิเตอร์ได้ ท็ต้องมี แรงดันไฟฟ้าป้อนเข้ามา นั่นเองกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้ามีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน กระแสไฟฟ้าไหลได้มากน้อยถ้า จ่ายแรงดันไฟฟ้าเข้ามาน้อย กระแสไฟฟ้าไหลน้อย เข็มชี้บ่ายเบนไปน้อยถ้าจ่าย แรงดันไฟฟ้าเข้ามามาก กระแสไฟฟ้าไหลมาก  เข็มชี้บ่ายเบนไปมาก การวัด แรงดันไฟฟ้าด้วยโวลต์มิเตอร์แสดงดังรูป


           การที่สามารถวัดแรงดันไฟฟ้าได้ก็อาศัยปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านมิเตอร์กระแสไฟฟ้าที่ไหล ผ่านมิเตอร์ก็ขึ้น อยู่กับปริมาณของแรงดันที่จ่ายเข้ามา ดังนั้นการวัดปริมาณของแรงดันไฟฟ้าก็คือ การวัดปริมาณ ของกระแสไฟฟ้านั้นเอง เพียงแต่เปลี่ยนสเกลหน้าปัดของมิเตอร์ให้แสดงค่าออกมา เป็นค่าปริมาณ ของแรงดัน ไฟฟ้าเท่านั้น และปรับค่าให้ถูกต้อง
          กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านเข้าโวลต์มิเตอร์จะมีขีดจำกัดขึ้นอยู่กับค่าการทนกระแสได้ของโวลต์มิเตอร์ตัวนั้น ดังนั้นเมื่อนำโวลต์มิเตอร์ไปวัดแรงดันไฟฟ้าค่ามาก ๆ ย่อมส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าโวลต์มิเตอร์มาก  ตามไปด้วย ซึ่งถ้ามากเกินกว่า ที่โวลต์มิเตอร์ทนได้  ก็ไม่สามารถนำโวลต์มิเตอร์ไปวัดแรงดันไฟฟ้าค่านั้นได้ การดัดแปลงให้ดาร์สันวาล์มิเตอร์ แอมมิเตอร์ หรือโวลต์มิเตอร์เดิมสามารถวัดแรงดันไฟฟ้าได้สูงมากขึ้น ทำได้ โดยใช้ตัวต้านทานที่เหมาะสมมาต่ออันดับหรืออนุกรมกับมิเตอร์  เดิมเพื่อจำกัดจำนวนกระแสที่ไหลผ่านเข้า โวลต์มิเตอร์ไม่ให้เกินกว่าค่ากระแสไฟฟ้าเดิมที่มิเตอร์เดิมทนได้ทำให้ สามารถนำโวลต์มิเตอร์ไปวัดค่าแรงดัน ไฟฟ้าได้สูงมากขึ้นตามต้องการ ตัวต้านทานที่นำมาต่ออันดับกับดาร์สันวาล์มิเตอร์ แอมมิเตอร์หรือโวลต์มิเตอร์ เดิมเพื่อให้โวลต์มิเตอร์วัดแรงดันไฟฟ้าได้มากขึ้นเรียกว่าตัวต้านทานอันดับ(Series Resistor) หรือตัวต้านทานทวีคูณ (Multiplies Resistor) ลักษณะการต่อตัวต้านทานอันดับเข้ากับดาร์สันวาล์มิเตอร์ แสดงดังรูป

               
 จากรูปเป็นการต่อตัวต้านทานอันดับเข้ากับดาร์สันวาล์มิเตอร์ ทำให้ดาร์สันวาล์มิเตอร์กลายเป็นมิลลิโวลต์มิเตอร์ หรือ โวลต์มิเตอร์หรือกิโลโวลต์มิเตอร์  การจะทำเป็นมิเตอร์วัดแรงดันย่านใดหรือขนาดใดนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของความต้านทาน อันดับที่นำมาต่อ ว่ามีค่าความต้านทานมากน้อยเท่าไรความต้าน ทานอันดับมีค่าน้อยจะวัดแรงดันได้ต่ำ  อาจเป็นมิลลิโวลต์หรือ โวลต์ ถ้าความต้านทานอันดับมีค่ามากจะวัด แรงดันได้สูงขึ้น อาจเป็นกิโลโวลต์หรือตัวต้านทานทวีคูณที่ใช้ต่อ อันดับกับ ดาร์สันวาล์มิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ เพื่อเพิ่มการวัดแรงดันได้มากขึ้น แสดงดังรูป
   



         ตัวต้านทานอันดับตามรูปที่ 4 เป็นตัวต้านทานที่ใช้ต่อเพิ่มภาย   นอกโวลต์มิเตอร์ช่วยเพิ่มค่าการวัดแรงดันได้สูงขึ้นเป็นกิโลโวลต์มิเตอร์ ตามรูปสามารถวัดแรงดันได้สูงสุด  ค่าคือ 1.5kV และ  3kV ตัวต้าน ทานอันดับมีหลายขนาดขึ้นอยู่กับการเลือกมาใช้งานร่วมกับโวลต์มิเตอร์ ต้องเลือกให้เหมาะสมทั้งตัวต้านทานอันดับและโวลต์มิเตอร์ จึงจะทำให้ การวัดค่ามีความถูกต้อง    เลือกให้เหมาะสมทั้งตัวต้านทานอันดับและ โวลต์มิเตอร์ จึงจะทำให้การวัดค่ามีความถูกต้องลักษณะ การต่อตัวต้าน ทานอันดับภายนอก โวลต์มิเตอร์ แสดงดังรูป



           
จากรูปข้างบน เป็นการต่อตัวต้านทานอันดับเพิ่มภายนอกโวลต์มิเตอร์ เพื่อเพิ่มย่านการวัดค่าแรงดันของโวลต์มิเตอร์ให้วัดค่าแรงดันได้สูงขึ้นตามต้องการตามรูปต่อตัวต้านทานอันดับย่าน 3kV เข้ากับ ดีซีโวลต์มิเตอร์ย่าน 3V  ขั้วบวก  ส่วนขั้วลบ ดีซีโวลต์มิเตอร์ต่อกับขั้วลบแหล่งจ่ายแรงดันสามารถทำให้ดีซีโวลต์มิเตอร์ตัวนี้วัด แรงดัน ได้สูงสุดถึง 3 กิโลโวลต์หรืออาจย้ายขั้วต่อวัดของตัวต้านทานอันดับจากจุด 3kVมาที่จุด 1.5kV ได้  ดีซีโวลต์มิเตอร์ตัวนี้ จะสามารถวัดแรงดันได้สูงสุด 1.5 กิโลโวลต์ ส่วนจุดต่อกราวด์ใช้ต่อลงกราวด์ร่วมกับจุดกราวด์ของวงจรที่นำดีซีโวลต์มิเตอร์ไปต่อวัด





การคำนวณของโวลต์มิเตอร์
         ตัวต้านทานอันดับ เป็นตัวต้านทานต่ออันดับกับดาร์สันวาล์มิเตอร์ หรือโวลต์มิเตอร์เดิมเพื่อช่วยลดปริมาณกระแสไฟตรง ที่จะไหลผ่านขดลวดเคลื่อนที่ไม่ให้เกินกว่าค่ากระแสที่ขดลวดเคลื่อนที่เดิมทนได้   ตัวต้านทานอันดับที่ต่อเพิ่มนี้จะมีค่าความต้านทานสูง อาจเป็นกิโลโอห์ม  หรือเมกะโอห์ม ค่าความต้านทานใช้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับค่าปริมาณแรงดันที่ป้อนเข้ามา ต้องการวัดแรงดันต่ำใช้ความต้านทานต่ำต้องการ วัดแรงดันสูงใช้ค่าความต้านทานสูง ค่าความต้านทานอันดับต้องการใช้ค่าเท่าไร สามารถหาได้โดยใช้วิธีการคำนวณวงจร
                           




                    







                                                    การวัดและการต่อดีซีโวลต์มิเตอร์
             ดีซีโวลต์มิเตอร์สร้างขึ้นมาเพื่อวัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าของแหล่งจ่ายแรงดัน หรือวัดค่าแรงดันไฟฟ้าตกคร่อม ระหว่างจุดสองจุดในวงจร  การวัดแรงดันไฟฟ้าด้วยโวลต์มิเตอร์   เหมือนกับการวัดความดันของน้ำในท่อส่ง น้ำด้วยเกจ วัดความดัน(Pressure Gage) โดยต้องต่อท่อเพิ่มจากท่อเดิมไปยังเกจวัดในทำนองเดียวกัน  กับการวัดแรงดันไฟฟ้า ในวงจรต้องใช้โวลต์มิเตอร์ไปจากคร่อมวงจรในตำแหน่งที่ต้องการวัด (ต่อขนานกับจุดวัด) เสมอ ลักษณะการต่อแสดงดังรูป
                                  
             
                จากรูปเป็นการต่อดีซีโวลต์มิเตอร์วัดแรงดันไฟตรง  ดีซีโวลต์มิเตอร์ต้องต่อแบบขนานกับวงจรไฟฟ้าหรือ ตกคร่อมแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรง การต่อดีซีโวลต์มิเตอร์แรงดันไฟตรงในวงจรต้องคำนึงถึงขั้วของโวลต์มิเตอร์ที่จะวัดคร่อมวงจรด้วย  โดยขั้วของดีซีโวลต์มิเตอร์ต้องตรงกับขั้วของแหล่งจ่ายแรงดัน  หรือตรงกับขั้วของแรงดั ที่เกิดตกคร่อมวงจร การต่อขั้วดีซีโวลต์มิเตอร์วัดค่าแรงดันใช้หลักการต่อดังนี้  ใกล้บวกต่อบวก ใกล้ลบต่อลบ หมายถึงการจะต่อโวลต์มิเตอร์คร่อมวงจร  ขั้วบวกของโวลต์มิเตอร์ต้องต่อคร่อมจุดวัดที่ต่อใกล้บวกแหล่งจ่าย และขั้วลบของโวลต์มิเตอร์ต้องต่อคร่อมจุดวัดที่ต่อใกล้ขั้วลบแหล่งจ่าย การต่อผิดขั้วจะทำให้เข็มชี้ของดีซีโวลต์มิเตอร์บ่ายเบนกลับทาง วัดแรงดันไฟตรงไม่ได้  และยังอาจทำให้ดีซีโวลต์มิเตอร์ชำรุดเสียหายได้ด้วย
          หน้าปัดสเกลของโวลต์มิเตอร์ ถูกสร้างขึ้นให้สามารถบอกค่าปริมาณแรงดันไฟฟ้าได้โดยตรงทั้งปริมาณแรงดันไฟฟ้าจำนวนน้อย ๆ ไปจนถึงปริมาณแรงดันไฟฟ้าจำนวนมาก ๆ สเกลจะถูกสร้างให้บอกค่าปริมาณแรงดันไฟฟ้าแตกต่างกัน เพื่อความสะดวกในการเลือกโวลต์มิเตอร์มาใช้งานได้เหมาะสมกับค่าปริมาณแรงดันไฟฟ้าที่ทำการวัด และสามารถอ่านค่าได้ละเอียดถูกต้อง

                                      การใช้ดีซีโวลต์มิเตอร์ในการวัดแรงดันไฟตรง



                                 
           ย่านการวัดของดีซีโวลต์มิเตอร์ซันวารุ่น YX-360TR        
            

 ตารางแสดงค่าการอ่านสเกลของดีซีโวลต์มิเดอร์
ลำดับขั้นการปฏิบัติ
         1.  ตั้งย่านใช้งานของมิเตอร์ในย่าน DCV มีทั้งหมด 7 ย่าน คือ 0.1V, 0.5V, 2.5V, 10V, 
             50V, 250V, และ 1,000V 



-            ถ้าตั้ง R x 1 หมายความว่าค่าที่อ่านได้บน scale  ที่เข็มชี้มีค่าเท่าใดคูณด้วย 1
-            ถ้าตั้ง R x 10 หมายความว่าค่าที่อ่านได้บน scale  ที่เข็มชี้มีค่าเท่าใดคูณด้วย 10
-            ถ้าตั้ง R x 1 K หมายความว่าค่าที่อ่านได้บน scale  ที่เข็มชี้มีค่าเท่าใดคูณด้วย 1 K 
-            ถ้าตั้ง R x 10 K หมายความว่าค่าที่อ่านได้บน scale  ที่เข็มชี้มีค่าเท่าใดคูณด้วย 10 K 
            เมื่อเริ่มวัดให้จับสาย + และ – ของ มิเตอร์ มาช็อตกันแล้วปรับ zero ให้เข็มตกถึง 0 ของแต่
         2.  ใช้สายวัดสีแดงเสียบเข้าที่ขั้วต่อขั้วบวก (+) และสายวัดสีดำเสียบเข้าที่ขั้วต่อขั้วลบ 
         3.  สเกลที่ใช้ในการอ่านค่าใช้สเกล DCV,A ซึ่งจะมี 3 สเกล อ่านขีดสเกลที่อยู่ใต้อกระจกเงา
         4.  ปรับซีเล็กเตอร์สวิตซ์ตั้งย่านการวัดให้ถูกต้อง ถ้าหากไม่ทราบแรงดันไฟตรง ที่จะทำการวัดว่าเป็นเท่า ไร ให้ตั้งย่านวัดไฟตรงที่ตำแหน่งสูงสุด ไว้ก่อนและทำการปรับลดย่านให้ต่ำลงทีละย่าน จนกว่าเข็มเดิมมิเตอร์จะชี้ค่าที่อ่าน ได้ง่าย ๆ และถูกต้อง    
          5.  การวัดแรงดันไฟตรงในวงจร ให้นำสายวัดขั้วลบ สีดำจับที่ขั้วลบของแหล่งจ่าย นำสายวัดขั้วบวก สีแดงของ มิเตอร์ไปวัดแรงดันตามจุดต่าง ๆ  ใส่ขั้วแรงดันที่วัดได้ที่ปลายทั้งสองข้าง 
              ไม่ว่าจะ เป็นตัวต้านทานวงจรกำเนิดความถี่ วงจรทรานซิสเตอร์และอื่น ๆ โดยแรงดันที่วัดได้จะมีค่าเป็นบวกเสมอ
          6.  ในตำแหน่งที่วัดด้วยดีซีโวลต์มิเตอร์ไม่ขึ้น แต่ขณะแตะสายวัดขั้วบวกเข้าไปหรือขณะดังสายวัดขั้วบวกออก มาเข็มมิเตอร์จะกระดิกนิดหนึ่งเสมอแสดงว่าจุดวัดนั้นไม่มีแรงดันไฟตรง แต่มีแรงดันไฟสลับ


การเลือกโวลต์มิเตอร์ที่เหมาะสมในการวัดแรงดัน
  การต่อโวลต์มิเตอร์เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้าในวงจร ต้องระมัดระวังในเรื่องขนาดปริมาณแรงดันไฟฟ้าของวงจร ที่ตำแหน่งทำการวัดกับขนาดค่าการทนแรงดันไฟฟ้าได้ของโวลต์มิเตอร์โวลต์มิเตอร์ที่นำมาต่อวัดแรงดันในวงจรต้อง ทนแรงดันได้มากกว่าแรงดันไฟฟ้าที่ตำแหน่งทำการวัดเสมอ เพราะมิเช่นนั้นโวลต์มิเตอร์อาจชำรุดเสียหายได้หากไม่ ทราบค่าแรงดันไฟฟ้าที่ตำแหน่งทำการวัด ควรใช้โวลต์มิเตอร์ทนแรงดันได้สูง ๆ มาต่อวัดก่อน ถ้าอ่านค่าไม่ได้ เพราะ เข็มชี้ขึ้นน้อยหรือไม่ขึ้นจึงค่อย ๆ ลดขนาดการทนแรงดันได้ของโวลต์มิเตอร์ลงจนอยู่ในย่านการบ่ายเบนของเข็มชี้ที่ พอเหมาะลักษณะการต่อโวลต์มิเตอร์วัดแรงดันไฟฟ้า และการบ่ายเบนของเข็มชี้แสดงดังรูป


 
                    

    


ขณะวัดแรงดันไฟฟ้าในวงจรด้วยโวลต์มิเตอร์เข็มชี้ของโวลต์มิเตอร์จะแสดงค่าแรงดันไฟฟ้าที่วัดได้ออกมา ด้วยการบ่ยเบนชี้ค่าแรงดันค่านั้น การใช้โวลต์มิเตอร์หรือย่านวัดของโวลต์มิเตอร์ต้องถูกต้องพอเหมาะ เข็มชี้ชี้แสดง ค่าออกมาบนสเกล ควรอยู่ในย่านประมาณกลาง ๆ สเกล ไม่ควรต่ำหรือสูงเกินไป เพราะอ่านค่าได้ลำบาก ไม่ละเอียด หรืออาจมีผลต่อการชำรุดเสียหายเองโวลต์มิเตอร์ได้ การแสดงค่าของโวลต์มิเตอร์ลักษณะต่าง ๆ
                                                 

การใช้ดีซีโวลต์มิเตอร์วัดแรงดันไฟสูง
   ลำดับขั้นในการปฏิบัติ
        1.  นำโพรบไฟสูง (HIGH VOLTAGE PROVE) หรือ HV  โพรบมาต่อร่วมกับดีซีโวลต์มิเตอร์
        2.  ตั้งย่านวัดที่หน้าปัดของมิเตอร์ที่ย่าน 1000 VDC จะมีวงเล็บ HV PROVE อยู่ ซึ่งเป็นย่านใช้วัดแรงดันไฟสูง
       3.  โพรบไฟสูง  HV PROVE ดังกล่าวสร้างขึ้นมาเพื่อใช้วัดแรงดันไฟสูงในโทรทัศน์ TV ซึ่งออกแบบไว้วัดแรงดันไฟสูงได้ถึง 25KV 
       4.  สเกลที่หน้าปัดมิเตอร์ใช้สเกล 0~250 ของสเกล DCV,A  ค่าที่อ่านได้จากสเกลให้คูณด้วย 0.1 และอ่านหน่วยแรงดันไฟตรงที่ได้เป็นกิโลโวลต์
       5.  การใช้โพรบไฟสูง ให้ใช้เฉพาะวัดแรงดันขั้วแรงดันแอโนดของหลอดภาพโทรทัศน์ วัดแรงดันไฟสูงของโฟกัส  และวัดแรงดันในวงจรที่มีอิมพิแดนซ์สูงเท่านั้น
        6.  การวัดแรงดันไฟสูงให้ใช้สายคีบ หนีบเข้ากับกราวด์หรือแท่นเครื่องโทรทัศน์ และใช้ปลายเข็มวัดของโพรบไฟสูง วัดแรงดันไฟสูงสุดจุดต่าง ๆ ในวงจรโทรทัศน์
                                


                                              รูปการใช้โพรบไฟสูงต่อร่วมกับดีซีโวลต์มิเตอร์

ข้อควรระวัง
              แรงดันไฟสูงในโทรทัศน์ จะมีแรงดันเป็นหมื่นโวลต์ขึ้นไป ดังนั้นในการใช้โพรบไฟสูงวัดแรงดันไฟสูง  ต้องระมัดระวังในการใช้งานด้วย เพราะอาจเกิดอันตรายจากไฟสูงที่กระโดดเข้าหาตัวผู้วัด การวัดควรจะจับด้ามของโพรบไฟสูงเท่านั้น  ห้ามจับเข้าใกล้ปลายเข็มวัดของโพรบ   
 การสร้างโพรบไฟสูง (HV PROVE) ใช้เอง
           ความยุ่งยากในการวัดแรงดันไฟสูง ก็อยู่ที่การหาโพรบไฟสูงมาใช้งาน การจะซื้อที่เข้าสร้างขายก็มีราคาแพงไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปดังนั้นควรสร้างขึ้นมาใช้เอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าโพรบไฟสูงที่นำมาต่อเพิ่มในวงจร ความจริงแล้วก็คือตัวต้านทาน 480 เมกะโอห์ม ต่อลดแรงดัน และกระแสที่จะผ่านเข้าดีซีโวลต์มิเตอร์ ทำให้มีกระแสและแรงดันที่พอเหมาะกับย่านวัดของDC
 Volt ที่ตั้งไว้


                   การสร้างโพรบไฟสูงใช้เองทำได้โดยหาตัวต้านทานมาต่อันดับกัน ให้มีค่าความต้านทานรวมกันได้ 480 เมกะโอห์ม เช่น อาจใช้ตัวต้านทานมีค่าความต้านทาน 48 เมกะโอห์ม มาต่ออันดับกัน 10 ตัว (48 เมกะโอห์ม* 10 = 480 เมกะโอห์ม) แต่ละตัวของตัวต้านทาน ให้ใช้ค่าทนกำลังไฟฟ้าตัวละ 1/4 วัตต์ ก็พอ หรือใช้ตัวต้านทานที่มีค่าความต้านทาน 10 เมกะโอห์ม ต่ออนุกรมกัน 48 ตัว ก็จะเท่ากับ 480 เมกะโอห์ม แต่ละตัวของตัวต้านทาให้ใช้ค่าทนกำลังไฟฟ้าตัวละ 1/4 วัตต์ก็พอ

              

  การต่อวงจรโพรบไฟสูงสร้างเองไปใช้วัดแรงดันไฟสูง
                  การต่อตัวต้านทานให้ใช้การบัดกรี โดยตัดขาตัวต้านทานให้สั้นที่สุดที่จะบัดกรีได้และบัดกรีให้ชิดกัน เพื่อจะทำให้ขนาดของโพรบสั้นลง และนำไปบรรจุในท่อ PVC ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1/2 นิ้วตอนปลายด้านไฟสูงหาโลหะแหลมต่อกับตัวต้านทานและลนไฟท่อ PVC บีบให้ติดกับโลหะแหลม และปิดรูท่อ PVC ดกแต่งให้สวยงามในท่อ พีวีซีอาจจะใช้เรซินเทหล่อปิดตัวต้านทาน และจัดให้ตัวต้านทานอยู่กึ่งกลางหรืออาจใช้ฉนวนตัวเป็นวงกลมยืดตัวต้านทานให้อยู่กึ่งกลางหรืออาจใช้ฉนวนตัวเป็นวงกลม ยืดตัวต้านทานอยู่กึ่งกลางเป็นช่วง ๆ ก็ได้ปลายอีกด้านที่เหลือของท่อ พีวีซี อาจใช้ฝาปิดท่อพีวีซีไว้ ต่อสายจากตัวต้านทานตัวแรกของโพรบ ไปเข้าขั้วบวกของดีซีโวลต์มิเตอร์ ก็จะได้โพรบไฟสูงตามต้องการ




            การใช้ดีซีโวลต์มิเตอร์แบบมีค่าศูนย์โวลต์อยู่ที่กลางสเกล ( DC NULL )
      ดีซีโวลต์มิเตอร์แบบศูนย์โวลต์อยู่ที่กลางสเกล จะถูกเรียกว่านัลมิเตอร์ ( null meter ) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากัลวานอมิเตอร์นั่นเองเป็นดีซีโวลต์มิเตอร์ที่สามารถวัดแรงดันไฟตรงได้ ไม่ว่าจะเอาแรงดันขั้วบวกหรือขั้วลบจ่ายเข้าสายวัดของมิเตอร์ขั้วไหนก็ตาม มิเตอร์ก็สามารถแสดงผลการวัดออกมาได้ เพราะมิเตอร์สามารถแสดงผลออกมาได้ทั้งไฟบวก และไฟลบ
ลำดับขั้นการปฏิบัติ
      
1. ตั้งย่านวัดของนัลมิเตอร์ที่ตำแหน่ง DCV (NULL) ซึ่งจะมี 2 ย่านคือ 5V และ 25 V เลือกใช้ที่ย่านใดย่านหนึ่ง
       2. ใช้สายวัดสีแดงเสียบเข้าที่ขั้วต่อขั้วบวก และสายวัดสีดำเสียบเข้าที่ขั้วต่อขั้วลบ
       3. สเกลที่ใช้ในการอ่านค่าใช้สเกล DCV(NULL) มี 2 ย่านคือ  5V และ 25 V
       4. เมื่อปรับซีเล็กเตอร์สวิตซ์ตั้งย่านการวัดที่ถูกต้องแล้วจะทำให้เข็มของมิเตอร์ เคลื่อนที่ไปชี้กลางสเกลตรงตำแหน่ง 0 ของสเกล DCV(NULL)
       5. ถ้าเข็มมิเตอร์ไม่เคลื่อนที่ไปชี้ที่ตำแหน่ง 0 กลางสเกล พอดีแต่ชี้อย฿่ที่บริเวณนั้น ต้องทำการปรับให้เข็มชี้ที่ตำแหน่ง 0 กลางสเกลพอดี ให้ปรับปุ่มปรับหมายเลข 6 คือปุ่ม 0 โอห์มนั้นเอง
       6. นำมิเตอร์ไปวัดแรงดันไฟตรงได้แล้ว ค่าที่เข็มมิเตอร์ชี้สามารถอ่านออกมาได้โดยตรง ค่าที่อ่านได้คือ ค่าแรงดันของวงจรที่วัดได้
       7. หลังจากให้นัลมิเตอร์เรียบร้อย แล้วให้ปรับซีเล็กเตอร์สวิตซ์ไปที่ตำแหน่งย่านวัดอื่น ๆ หรือปรับซีเล็กเตอร์สวิตซ์ไปที่ตำแหน่ง OFF เมื่อเลิกใช้มิเตอร์

ข้อควรระวัง
  
      1. การใช้นัลมิเตอร์นั้น จะมีกระแสไหลผ่านมิเตอร์ตลอดเวลาดังนั้นเมื่อเลิกใช้นัลมิเตอร์เมื่อไร ให้ปรับซีเล็กเตอร์สวิตซ์ไปที่ตำแหน่งการวัดที่อื่น ๆ ทันที ไม่เช่นนี้อาจทำให้แบตเตอรี่ภายในของมิเตอร์ไฟหมดได้ ง่ายหรือถ่านหมดนั้นเอง
        2. เมื่อใช้นัลมิเตอร์ทุกครั้ง ต้องปรับแต่งที่ 0 โอห์ม เพื่อให้เข็มมิเตอร์ชี้ตำแหน่ง 0 กลางสเกลพอดีทุกครั้ง ถ้าการปรับปุ่ม 0โอห์ม จนสุดแล้ว เข็มมิเตอร์ยังไม่สามารถชี้ตำแหน่ง 0 กลางสเกลพอดี ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ 9 V ในมิเตอร์ใหม่
                





อ้างอิง




           

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น